Home ARCHIVE Lastest News

Lastest News

IHRP faculty collaborate on book "Rights to Culture: Heritage, Language, and Community in Thailand"

Print PDF

http://www.sac.or.th/databases/cultureandrights/wp-content/uploads/2012/05/Screen-Shot-2556-06-06-at-1.36.10-PM.png

The faculty of the IHRP are regularly involved in producing important works on a variety of human rights and peace related subjects. Recently, Dr. Coeli Barry, Lecturer at the IHRP, was the editor for the book, "Rights to Culture: Heritage, Language, and Community in Thailand". Furthermore, IHRP Lectures, Bencharat Sae Chua, Dr. Mike Hayes, and Dr. Matthew Mullens wrote and collaborated on chapters on subjects ranging from land rights to cultural rights of urban minorities.

Purchase a copy of the book here:

Kindle: http://goo.gl/rsHIkV
iBooks: http://goo.gl/PMUuS1

Facebook

Art Peace 2014

Print PDF

Thai language only.

Article in Thai language only.

Print PDF

แถลงการณ์

ศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทยต่อวิกฤตการณ์บ้านเมือง

ในห้วงเวลาที่สังคมไทยกำลังเผชิญวิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองในระดับที่รุนแรงสั่งสมมาเกือบทศวรรษและยังไม่ปรากฏซึ่งแนวโน้มที่ขั้วขัดแย้งหลักทางการเมืองสามารถประนีประนอมเพื่อบรรลุข้อตกลงในการคลี่คลายวิกฤติและการปฏิรูปการเมืองได้นั้น

ศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ตระหนักถึงความเปราะบางของสถานการณ์ที่ส่อเค้าว่าจะเกิดความรุนแรงในระดับที่มีการนองเลือด จึงขอเสนอแนะแนวทางการคลี่คลายวิกฤติการเมือง ดังนี้

  1. ศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย   ขอชื่นชมและสนับสนุนทุกแนวทางที่ปฏิบัติโดยขันติและสันติ และขอคัดค้านทุกการกระทำที่เป็นการบิดเบือนความจริง โกหกใส่ร้าย ตลอดจนการปลุกปั่นยั่วยุให้เกิดความเกลียดชังและการใช้ความรุนแรงระหว่างกลุ่มที่เห็นต่างในสังคม
  2. ศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย   ขอยืนยันว่าทุกศาสนามีจุดยืนเหมือนกันคือ หลีกเลี่ยงการกำหนดจุดยืนแบบสุดโต่ง ปฏิเสธความรุนแรง และขอเน้นย้ำหลักการที่ว่าผู้ที่เข้มแข็งที่แท้จริงนั้น คือผู้ที่สามารถจะระงับยับยั้งความโกรธที่มีต่อผู้อื่น จึงขอเรียกร้องให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการยึดติดในอุดมการณ์หรือพรรคพวกของตนอย่างสุดโต่ง อันจะนำไปสู่การไม่เปิดรับความคิดเห็นของฝ่ายอื่น รวมทั้งสร้างความแตกแยกเสียหายต่อประเทศชาติ
  3. ศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย   เห็นว่า การรัฐประหารคือ  การแก้ไขปัญหาโดยการใช้กำลัง ซึ่งถือเป็นตัวบ่งชี้ถึงความตีบตันทางปัญญาและความล้าหลังของสังคม ความอ่อนแอของผู้นำ  และรังแต่จะซ้ำเติมความแตกแยกของชนในชาติ
  4. ท่ามกลางความขัดแย้งที่ไม่ควรมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผูกขาดความถูกต้อง  และยังมองไม่เห็นถึงแนวโน้มที่จะบรรลุซึ่งทางออกได้นั้น  ศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย  ขอเรียกร้องพี่น้องชาวไทยทุกคน โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ ให้ใช้สติและหัวใจที่บริสุทธิ์ในการกลับสู่หลักธรรมของแต่ละศาสนาเพื่อสร้างความสงบสันติอย่างยั่งยืนในสังคม
  5. ศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย  เห็นว่าขั้วขัดแย้งหลักทั้งสองฝ่ายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหา จึงขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายคลี่คลายปัญหาโดยการถอยคนละก้าวและเสียสละจุดยืนบางประการของตน   เพื่อให้ประเทศสามารถหลุดพ้นจากภาวะชะงักงันและสามารถเดินไปข้างหน้าได้
  6. ศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ขอสนับสนุนความพยายามของทุกกลุ่มที่มีเจตจำนงอันบริสุทธิ์ในการแก้ปัญหาเพื่อประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอที่จะนำไปสู่การเปิดพื้นที่กลางในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี
  7. ในฐานะที่ประเทศไทย  มีศาสนาเป็นหนึ่งในสถาบันหลักที่สำคัญของชาติ สภาศาสนสัมพันธ์ขอเรียกร้องให้ผู้นำและสถาบันศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทย ได้ออกมาทำหน้าที่เตือนสติและให้ปัญญาแก่สังคม เพื่อให้พลังคุณธรรมแห่งศาสนาสามารถเป็นแสงสว่างในการกอบกู้วิกฤติของประเทศ
  8. ศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย  เล็งเห็นว่ากระบวนการปฏิรูปประเทศเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับสังคมไทย   จึงขอเสนอให้กระบวนการดังกล่าวนำหลักคำสอนของศาสนามาเป็นสาระสำคัญในการปฏิรูป  เพื่อให้มีคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน


ผศ. ดร. อิสมาอีลลุตฟี จะปะกียา                                                                     พระราชวราจารย์

ประธานร่วมศาสนาเพื่อสันติภาพ สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย

12 มกราคม 2557


Note:

ศาสนาเพื่อสันติภาพ  สภาศาสนสัมพันธ์แห่งประเทศไทย (Religions for Peace, Interreligious Council of Thailand) เป็นองค์กรเครือข่ายของ Religions for Peace International, กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา  มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมบทบาทของทุกศาสนา  ในการสร้างสันติภาพ  มีสมาชิกจากตัวแทนของศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย  โดยมี สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล  เป็นสำนักเลขานุการ โทร 02 441 0813 – 5 โทรสาร 02 441 0872-3

เว็บไซต์  http://www.thairfpirc.org

Article in Thai language only.

Print PDF

หลักการและเหตุผล

ท่ามกลางความโกลาหลทางการเมืองที่มีความขัดแย้งยืดเยื้อมา 8 ปีนั้น มีการปล่อยข่าวลือ สื่อความเกลียด เหยียดความเป็นคน ผลักคนให้เลือกข้าง สร้างความสับสน และหนีไม่พ้นความรุนแรง หลายต่อหลายครั้ง สิ่งที่ขาดหายไปคือความไว้วางใจ ความห่วงใย การตั้งใจฟัง และการมีสัมมาวาจา เป็นต้น ที่สำคัญคือ เราขาดพื้นที่ที่จะสื่อความรู้สึกถึงกัน ให้ได้ยินและเห็นถึงความเป็นคนผู้มีสุขมีทุกข์ มีดีมีร้ายเหมือน ๆ กันทุกคน เราขาดพื้นที่ที่ทุกคนมีความสบายใจที่จะถกแถลงแจงเหตุผลแก่กันและกันอย่างสร้างสรรค์ หน่วยงานที่ทำหน้าที่ศึกษาการแปลงเปลี่ยนความขัดแย้งด้วยสันติวิธีจึงได้ปรึกษาหารือกัน และเห็นควรจัดการประชุมที่เป็นพื้นที่สื่อความรู้สึกและความคิดอย่างเปิดกว้างและสร้างสรรค์


วัตถุประสงค์

1)      จัดให้มีพื้นที่ที่ผู้เข้าร่วมสามารถสื่อความรู้สึกเละเสนอความคิดของตนได้อย่างเต็มที่เต็มพลัง โดยไม่ประสงค์ร้ายต่อกัน และถือว่าทุกความรู้สึกมีความหมาย ทุกความคิดมีความสำคัญ

2)      ร่วมกันเสนอความคิดที่อาจช่วยแปลงเปลี่ยนความขัดแย้งทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์

3)      ประมวลความรู้สึกและความคิดเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องและสาธารณชน

วันเวลาและสถานที่

วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2556 เวลา 8.30 - 15.40 น. ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล (Mahidol Learning Center) มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม และเวลา  16.00 - 18.00 น. ณ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

วันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2556 เวลา 8.30 – 16.00 น. ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้มหิดล  (Mahidol Learning Center) มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม

ติดต่อสอบถาม รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณวัลลภ โทร. 02-441-0813-5 ต่อ1109

ดาวน์โหลดไฟล์

  • หลักการโครงการ/หนังสือเชิญ
  • ใบตอบรับ

โครงการศึกษาสถานภาพทางภาษาและประวัติศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้

Print PDF

กำหนดการเวทีนำเสนอบทความ
โครงการศึกษาสถานภาพทางภาษาและประวัติศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้

วันอาทิตย์ ที่ 20 ตุลาคม 2556
ณ ห้องบรรยาย B103 ชั้น1 คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
จัดโดย สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

เวลา 08.30 – 09.00 น. ลงทะเบียน
เวลา 09.00 – 09.15 น. กล่าวต้อนรับและเปิดงานโดย
ผศ.ดร.วลักษณ์กมล จ่างกมล คณบดีคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
เวลา 09.15 - 09.30 น.

นำเสนอความเป็นมาของโครงการและภาพรวมของเวทีนำเสนองานวิจัย โดย
รศ.ดร.โคทม อารียา สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม. มหิดล

พิธีกรโดย : ดร. สุภาสเมต ยุนยะสิทธิ์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม. มหดิดล
เวลา 09.30 - 12.00 น.

ผู้วิจัยนำเสนอผลงานวิจัยและร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้วิพากษ์และผู้เข้าร่วมงานในหัวข้อ

การพัฒนาการเรียนรู้ภาษามลายูคลาสสิกโดยใช้อักษรยาวี โดย

อาจารย์ ฟาเดลล์ หะยีฮาระสะ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และ
อาจารย์ การ์ตีนี วาโด คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา

วิพากษ์โดย ศาสตราจารย์ ดร. รัตติยา สาและ มหาวิทยาลัยทักษิณ


การพัฒนาทักษะฟัง-พูด-อ่าน-เขียนภาษามลายูปาตานีแก่เยาวชนไทยเชื้อสายมลายูในโครงการ “การจัดการศึกษาแบบทวิ/พหุภาษาชายแดนภาคใต้” โดย

คุณยูเนียนสาสมีต้า สาเมาะ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล
คุณมิรินด้า บูรรุ่งโรจน์ สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล
อาจารย์ รุสดี มาซอ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์

วิพากษ์โดย อาจารย์ สาเหะอับดุลเลาะ อัลยุฟรี ตัวแทนครูอาจารย์จากโรงเรียนปอเนาะ หรือ ตาดีกา


การพัฒนาการเรียนรู้ภาษามลายูมาตรฐานปาตานี ในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ตาดีกา และสถานศึกษาของรัฐในสามจังหวัดชายแดนใต้ โดย

ดร. มูหามัดรูยานี บากา สำนักงานศึกษาธิการภาค12
อาจารย์ สูฮัยลา บินสะมะแอ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
อาจารย์ พารีดา หะยีเตะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
อาจารย์ ฟาเดลล์ หะยีฮาระสะ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และ
อาจารย์ การ์ตีนี วาโด คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา

วิพากษ์โดย
ดร.อาหมัดอูมาร์ จะปะกียา รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
รศ. อับดุลเลาะ อับบรู วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ดำเนินรายการโดย : ดร.เอกพันธุ์ ปิณฑวนิช สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล
เวลา 12.00 – 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวันและละหมาด
เวลา 13.30 – 16.45 น.

ผู้วิจัยนำเสนอผลงานและร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้วิพากษ์และผู้เข้าร่วมงานในหัวข้อ

การพัฒนาทักษะการใช้ภาษามลายูมาเลเซียด้วยอักษรรูมีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย

อาจารย์ อับดุลเล๊าะ ขรีดาโอ๊ะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

วิพากษ์โดย อาจารย์ ดร.รุสลัน อุทัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัตตานี


การพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอินโดนีเซียในจังหวัดชายแดนใต้ โดย

อาจารย์ ไซนีย์ ตำภู คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

วิพากษ์โดย อาจารย์ กูอาเรส ตวันดอเลาะ  มหาวิทยาลัยฟาฏอนี


การพัฒนาทักษะการฟังและการพูดภาษามลายูถิ่นปาตานี โดย

อาจารย์ มะนาวาวี มามะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
อาจารย์ ซามียะห์ บาเละ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

วิพากษ์โดย อาจารย์ อาซียะ วันแอเลาะ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา


บทความนำเสนอข้อสรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย การพัฒนาภาษามลายู จังหวัดชายแดนใต้ โดย

อาจารย์ อารีลักษณ์ พูนทรัพย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

วิพากษ์โดย
พล.ต.ต.จำรูญ เด่นอุดม มูลนิธิวัฒนธรรมอิสลามภาคใต้
พ.อ.ทะเบียน เมืองพระฝาง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตัวแทนจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

ดำเนินรายการโดย ดร.ประทับจิต นีละไพจิตร สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
เวลา 16.45 – 17.00 น. สรุปการนำเสนอผลงานทางวิชาการ โดย รศ.ดร.โคทม อารียา
สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล

ดาวน์โหลดไฟล์ Word